คู่มือแปลง UNIX TIMESTAMP ภาษาไทย
แปลง Unix Timestamp เป็นวันที่โดยไม่สับสนเรื่องหน่วยและเขตเวลา
Unix timestamp หรือ epoch time คือจำนวนเวลาที่ผ่านจาก 1 มกราคม 1970 เวลา 00:00:00 UTC เครื่องมือนี้ตรวจขนาดของตัวเลขเพื่อช่วยแยกวินาที มิลลิวินาที ไมโครวินาที และนาโนวินาที แล้วแสดงทั้ง UTC, ISO 8601 และเวลาท้องถิ่นของอุปกรณ์
วิธีแปลง Timestamp เป็นวันที่
- 1
วางตัวเลข
คัดลอกค่า epoch จาก API, log หรือฐานข้อมูล แล้ววางลงในช่องแปลงค่า
- 2
ตรวจหน่วย
ดูหน่วยที่ระบบตรวจพบ หากต้นทางระบุหน่วยไว้ ให้เปรียบเทียบก่อนเชื่อผลลัพธ์
- 3
เลือกเวลาที่ต้องใช้
ใช้ ISO หรือ UTC สำหรับแลกเปลี่ยนข้อมูล และใช้เวลาท้องถิ่นเมื่อต้องอธิบายให้ผู้ใช้อ่าน
วินาทีหรือมิลลิวินาทีต่างกันอย่างไร
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือส่งค่ามิลลิวินาทีให้ระบบที่คาดวินาที ทำให้วันที่ไกลออกไปหลายหมื่นปี จำนวนหลักช่วยตรวจเบื้องต้นได้ แต่ไม่ควรใช้แทนเอกสารของ API เพราะค่าเก่ามากหรือค่าในอนาคตอาจมีจำนวนหลักต่างจากตัวอย่าง
API และฐานข้อมูลไม่ได้เก็บ Unix time ด้วยความละเอียดเดียวกัน ค่าตัวอย่างทั้งสี่ด้านล่างอ้างถึงช่วงเวลาเดียวกันคือ 2025-07-02T08:01:26Z
| หน่วย | ตัวอย่าง | ขนาดที่พบบ่อย | มักพบจาก |
|---|---|---|---|
| วินาที | 1751443286 | 10 หลักโดยประมาณ | คำสั่ง Unix และ backend API จำนวนมาก |
| มิลลิวินาที | 1751443286000 | 13 หลักโดยประมาณ | JavaScript Date และแอปพลิเคชันในเบราว์เซอร์ |
| ไมโครวินาที | 1751443286000000 | 16 หลักโดยประมาณ | log และฐานข้อมูลที่เก็บเวลาความละเอียดสูง |
| นาโนวินาที | 1751443286000000000 | 19 หลักโดยประมาณ | ระบบ tracing และนาฬิการะบบความละเอียดสูง |
ผลลัพธ์แต่ละแบบเหมาะกับอะไร
ISO 8601
2025-07-02T08:01:26.000Zรูปแบบสั้นที่เรียงลำดับได้ เหมาะกับ API, log, ฐานข้อมูล และรายงานบั๊ก โดยตัว Z ท้ายค่าหมายถึง UTC
UTC string
Wed, 02 Jul 2025 08:01:26 GMTเวลาอ้างอิงกลางที่คนอ่านได้ เหมาะเมื่อผู้ร่วมงานอยู่คนละเขตเวลา
เวลาท้องถิ่น
แสดงตามเขตเวลาของอุปกรณ์ช่วงเวลาเดียวกันที่ปรับให้ตรงกับเขตเวลาซึ่งตั้งไว้ในเบราว์เซอร์หรือระบบปฏิบัติการ
เวลาสัมพัทธ์
2 ชั่วโมงที่แล้วช่วยให้เห็นอย่างรวดเร็วว่าเหตุการณ์เกิดมานานเท่าใด แต่ค่าจะเปลี่ยนตามเวลาปัจจุบัน จึงไม่ควรบันทึกแทนวันที่ถาวร
เหตุใดเวลาท้องถิ่นอาจต่างจากที่คาด
เวลาท้องถิ่นใช้เขตเวลาและกฎ daylight saving ที่มีอยู่ในอุปกรณ์ ผู้ใช้สองคนจึงอาจแปลงค่าเดียวกันแล้วเห็นเวลาบนนาฬิกาต่างกัน ให้เปรียบเทียบผลลัพธ์ ISO หรือ UTC เพื่อยืนยันว่าเวลาต้นทางเป็นช่วงเวลาเดียวกัน
หมายเหตุเกี่ยวกับค่าที่ละเอียดมาก
ตัวเลขในเบราว์เซอร์อาจเก็บหลักท้ายของ timestamp หน่วยไมโครวินาทีหรือนาโนวินาทีที่มีค่ามากได้ไม่ครบ เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับหาวันที่และเวลา แต่ไม่ควรใช้คำนวณนาโนวินาทีแบบไม่สูญเสียข้อมูล หรือเรียงเหตุการณ์ที่ต่างกันเพียงหลักท้าย
Timestamp ไม่มีเขตเวลา
ตัวเลข epoch ระบุช่วงเวลาเดียวกันทั่วโลก เขตเวลาเกิดขึ้นตอนแสดงผลเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เวลาเดียวกันอาจแสดงเป็นวันที่หนึ่งในกรุงเทพฯ แต่ยังเป็นวันก่อนหน้าในบางพื้นที่ของสหรัฐฯ เมื่อตรวจบั๊กควรบันทึกค่า UTC หรือ ISO 8601 พร้อม offset เสมอ
สิ่งที่ควรตรวจสอบเมื่อแปลงค่า
- วันที่ใกล้ปี 1970: ข้อมูลต้นทางอาจเป็นวินาทีแต่ถูกตีความเป็นมิลลิวินาที
- วันที่ไกลในอนาคต: ข้อมูลต้นทางอาจเป็นมิลลิวินาทีแต่ถูกตีความเป็นวินาที
- ผลลัพธ์ไม่ถูกต้อง: ตรวจว่าข้อมูลมีเฉพาะตัวเลขที่ถูกต้องและเป็นวันที่ซึ่งเบราว์เซอร์รองรับ
- เขตเวลาไม่ตรงกัน: เปรียบเทียบผลลัพธ์ ISO หรือ UTC ก่อนแก้ timestamp ต้นฉบับ
ระบบบันทึกการแปลงล่าสุดได้สูงสุดสิบรายการในเบราว์เซอร์เพื่อเรียกใช้สะดวก timestamp ที่คุณกรอกและประวัติการแปลงจะไม่ถูกอัปโหลดไปยัง JustUtils
ค่าติดลบและวันที่ก่อนปี 1970
Unix timestamp ที่ติดลบสามารถหมายถึงวันที่ก่อน 1 มกราคม 1970 ได้ จึงไม่ควรถือว่าเครื่องหมายลบเป็นข้อผิดพลาดโดยอัตโนมัติ ให้ตรวจว่าระบบต้นทางและเบราว์เซอร์รองรับช่วงวันที่นั้นหรือไม่
ตรวจผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้
- เปรียบเทียบหน่วยกับเอกสารของระบบต้นทาง
- ตรวจว่าค่าติดลบหรือเป็นเวลาในอนาคตโดยตั้งใจหรือไม่
- อย่าตัดเลขท้ายของไมโครวินาทีหรือนาโนวินาทีโดยไม่กำหนดวิธีปัดเศษ
- ระบุเขตเวลาเมื่อส่งวันที่ให้บุคคลอื่นตรวจสอบ